5a24070

Just another WordPress.com site

โรคกุหลาบ

บน กุมภาพันธ์ 5, 2012

กุหลาบรอดตายมาแล้วคร๊าาาบ

ว่าจะถ่ายรูปกุหลาบที่ฟื้นจากเพลี้ยหอยมาให้ดูตั้งนานแล้วไม่สบโอกาสซะที วันนี้ได้โอกาสแล้วตื่นมาแต่เช้ารีบๆๆๆๆ ถ่ายมาให้ดูกันครับ

ใบกุหลาบเริ่มแข็งแรง ก่อนหน้านี้ใบเหลืองร่วงหมดต้นเลยครับ เพราะผสมสูตรกำจัดเพลี้ยหอยจากก้นครัวเข้มข้นเกินไป

ดอกแรกครับ น่าจะเป็นพันธุ์ไวท์คริสต์มาส

กิ่งเริ่มยาวอวบอัดแล้วครับ ต้นนี้พันธุ์อะไรจำชื่อไม่ได้แล้ว ดอกสีม่วงอมชมพู กลิ่นหอมบางๆ ดอกใหญ่ครับ

กุหลาบเลื้อยครับ แตกกิ่งกระโดงออกมาใหม่แล้ว ใบใหญ่เชียว

เด็ดดอกทิ้งครับ ช่วงพักต้นให้แข็งแรงก่อน

ถ้าปล่อให้ออกดอกตอนนี้ก็จะเป็นลักษณะนี้ครับ อ่อนแอ ดอกเล็กแกรน ไม่สมบูรณ์

die back ครับระวังนะครับ ช่วงนี้จะเป็นเยอะ โดยมากมากับเพลี้ยหอยครับโรคนี้ ต้นนี้ท่าทางจะไม่รอดแล้วหละครับ

ร่องรอยการถูกทำลายจากเจ้าเพลี้ยหอยตัวแสบ ตัวหลุดล่วงไปแล้ว แต่ทิ้งรอยช้ำเป็นจ้ำๆ เอาไว้ให้ดูต่างหน้า

กุหลาบเริ่มฟื้นแล้วหลังจากสลบไป 2 สัปดาห์


สวัสดีครับ จากความเดิมตอนที่แล้ว หลังจากที่พ่นสูตรกำจัดเพลี้ยหอยจากก้นครัวไปประมาณ 2 สัปดาห์ ซึ่งแรกๆ ก็ทำให้ใบกุหลาบเหลืองร่วงเต็มไปหมด คิดว่าไม่รอดซะแล้ว ช่วงนั้นงดให้ปุ๋ยให้ยาไปเลยครับเพราะการดูดซึ่มของกุหลาบไม่ดีแล้ว ตอนนี้ก็เริ่มแตกกิ่งใหม่เยอะแล้วครับ พอมีดอกตูมออกมาก็เด็ดทิ้งไปก่อนรอให้ต้นกุหลาบทรงตัวระยะหนึ่งค่อยปล่อยให้ออกดอกใหม่

วันก่อนคุณปูเป้แวะมาถักทายบอกว่าจริงๆ แล้วแค่ใช้แปรงขัดๆ ตามกิ่งเอาก็พอถ้าไม่อยากให้ใบเหลือง แหม…..บอกช้าไปนิดนะครับ ไว้คราวหน้าแล้วกัน แต่..ก็ไม่อยากให้เป็นอีกแล้วหงะ

อีกโรคที่มักจะมาพร้อมกับเพลี้ยหอย และก็หน้าฝนก็คือ die back ครับ ยังไงถ้าจะตัดแต่งกิ่งกุหลาบกันก็ทำความสะอาดกรรไกรตัดกิ่งกันด้วยนะครับ แล้วพ่นยากันเชื้อรา หรือไม่ก็เอาปูนแดงทาไว้บ้าง

เดี๋ยวเสาร์นี่ถ่ายรูปมาให้ดูนะครับ

เผลอแพลบเดียว กุหลาบจะตายแล้ว


ช่วงนี้วุ่นๆ กับงานประจำก็เลยไม่ค่อยได้เอาใจใส่กุกลาบเท่าที่ควร พอหันมาดูอีกที เพียบเลยครับ ทั้งโรค ทั้งแมลง ซึ่งมีรายนามดังนี้ เพลี้ยหอย ไรแดง เพลี้ยไฟ หนอนเจาะดอก หนอนกินใบ ราดำ ราสนิม ราน้ำค้าง …คิดว่ายังไม่หมดนะครับ แค่นี้ก็ปวดหัวแล้ว ดันมาพร้อมๆ กันมากขนาดนี้ไม่รู้จะทำไงดี

วันนี้ตั้งใจว่าตอนเย็นจะเล่นงานเพลียหอยก่อน ด้วยสูตรกำจัดเพลี้ยหอยจากก้นครัว แล้วอย่างอื่นค่อยว่ากันทีหลัง…คิดแล้วเหนื่อย ปล่อยตายเลยดีมั๊ยเนี่ย ?

กุหลาบที่ปลายกิ่งแห้งดำ (Die-back)


เกิดจากการที่เชื้อราเข้าทางรอยแผลที่ตัดดอกและกิ่ง โดยกิ่งจะดำจากปลายกิ่งลงไปถึงข้อหรืออาจลามเข้าไปข้างในลำต้นกุหลาบ

การป้องกันและการแก้ไข ในขณะที่เป็นมากๆ เวลาตัดแต่งกิ่งกุหลาบให้ทารอยแผลด้วยปูนแดง หรือยาฆ่าเชื้อราทุกครั้ง และถ้าจะตัดแต่งกิ่งที่เป็นส่วนที่ดำ ก็ควรตัดให้เลยส่วนที่ดำลงไปให้มาก

กุหลาบเป็นโรคใบจุดสีดำ (Black spot)


สาเหตุเกิดจากใบมีความชื้นในตอนกลางคืน มักเกิดในช่วงฤดูฝนและฤดูหนาว โดยใบจะมีจุดสีดำ หรือสีน้ำตาลบนใบแก่ โรคนี้เป็นโรคที่ลุกลามได้เร็ว ดังนั้นถ้าไม่รีบรักษาจะทำให้ใบเหลืองและร่วงจนหมดต้นได้

วิธีแก้ไข เมื่อสังเกตเห็นว่ากุหลาบมีอาการของโรคก็ให้รีบเด็ดใบที่เป็นโรคนำไปเผาไฟ หรืออาจพ่นด้วยยา เบนแลท ไทเทนเอ็ม-45 แคปปทน ฉ๊ดพ่นทุกๆ 5 วัน เพื่อป้องกันไม่ให้โรคลุกลาม

โรคราสนิม (rust) กินกุหลาบ

เกิดจุดฟองสีส้มใต้ใบกุหลาบ กิ่งบวม มีสปอร์สีส้มจำนวนมาก


วิธีแก้ไข เด็ดใบส่วนที่เป็นโรคทิ้งเผาทำลาย หรือฉีดพ่นด้วยคอปเปแอร์”ฮครอกไซด์ ซัลเฟอร์ไตรโฟรีน ซีเน็บ

กุหลาบเป็นโรคราแป้ง (Powdery mildew)


เกิดจากการที่กลางวันมีอากาศร้อน แห้ง แต่กลางคืนเย็นและชื้น ทำให้ก้านคอดอกและใบเป็นผงสีขาวเกาะอยู่ตามใบ และใบจะพอง

วิธีแก้ไข พ่นน้ำล้างใบ พ่นยาไฟราโซฟอส ไตรโฟไรน์ และควรทำให้อาหาศถ่ายเทได้ดีเสมอ

โรคราน้ำค้าง (Downy mildew) ที่เกิดกับใบกุหลาบ

สาเหตุเกิดจากใบกุหลาบที่เปียกชื้นในตอนกลางคืน ทำให้มีจุดสีแดงคล้ายเป็นสนิม ส่วนมากจะเกิดในช่วงฤดูหนาว

วิธีแก้ไข ถ้าสังเกตเห็นกิ่งใบที่เกิดโรคราน้ำค้าง ก็รีบตัดแล้วนำไปเผาไฟทิ้งเสีย แต่ถ้าหากระบาดมากก็ต้องอาศัยการพ่นยาที่ชื่อ ไดเทนเอ็ม-45 ริโดมิล เมธาแล็กซิล ควรพ่นสัปดาห์ละครั้งจนเห็ฯว่าไม่พบการระบาดแล้วค่อยหยุดการพ่นยา

กุหลาบไม่สบาย ระวังตายเพราะโรค


การป้องกันและกำจัดศัตรูกุหลาบนั้นทำได้ไม่ยากเลย หากแต่เราต้องคอยสังเกตต้นกุหลาบอยู่บ่อยๆ เมื่อเกิดโรคจะได้จัดการทันท่วงที และที่สำคัญผู็ปลูกควรศึกษาสภาพแวดล้อมก่อนปลูกให้ดีจะทำให้การป้องกันและกำจัดศัตรูของกุหลาบเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

โดยโรคและแมลงศัตรูกุหลาบที่พบบ่อยมีดังนี้

แมลงศัตรูกุหลาบ

  1. ไรแดง (Spider mite)
  2. เพลี้ยไฟ (SThrips)
  3. หนอนกุหลาบ
  4. เพลี้ยหอย

โรคกุหลาบ

  1. โรคราน้ำค้าง (Downy mildew)
  2. โรคราแป้ง (Powdery mildew)
  3. โรคใบจุดสีดำ (Black spot)
  4. โรคราสนิม (rust)
  5. ปลายกิ่งแห้งดำ (Die-back)

การให้น้ำกุหลาบ


วันนี้เอาเรื่องง่ายๆ เบาๆ นะครับ คือ การดูแลให้น้ำกุหลาบ ซึ่งเป็นพืชที่ต้องการความชื้นสูง สำหรับผมจะให้น้ำกุหลาบทุกวันยกเว้นหน้าฝนซึ่งต้องพิจารณาสภาพดินอีกที แต่ถ้ากระถางไหนน้ำซึ่มไม่ค่อยดีก็จะให้ในปริมาณที่น้อยหน่อยครับ เพราะดินอาจกลายสภาพเป็นดินเหนียวไปแล้วจึงทำให้น้ำไหลซึ่มไม่ดีซึ่งจะทำให้รากเน่าได้ ส่วนเพื่อนๆ อาจเว้นระยะการรดน้ำได้คือ ไม่จำเป็น ต้องรดน้ำทุกวัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพดินปลูกนะครับข้อควรจำในขณะให้น้ำกุหลาบ คือ

  1. อย่ารดน้ำโดนใบเพราะเชื้อโรคที่อยู่ตามใบและส่วนต่างๆของต้นกุหลาบจะแพร่กระจ่ายได้ง่าย
  2. อย่ารดน้ำแรงเกินไปจนทำให้ดีกระเด็นขึ้นไปจับตามใบกุหลาบ เพราะที่ดินก็จะมีเชื้อโรคที่พร้อมจะระบาดเช่นกัน ทางป้องกันที่ดีอีกวิธีหนึ่งก็คือ ใช้ขลุยมะพร้าวคลุมผิวดินก็จะช่วยได้ระดับหนึ่งนะครับ แต่ก็ต้องคอยเติมเรื่อยๆ ขลุยมะพร้าวจะช่วยทั้งกันเชื้อโรคจากดินกระเด็นไปจับตามกิ่งตามใบกุหลาบและยังช่วยรักษาความชื้นให้ต้นกุหลาบด้วย
  3. ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ ก็ให้รดน้ำกุหลาบตอนเช้าจะเป็นเวลาที่เหมาะสมที่สุดครับ จะทำให้โอกาสเกิดโรคกับกุหลาบน้อยลง
เท่าที่ผมสังเกตดูนะครับ ถ้าต้นไหนที่ผมรดน้ำไปโดนใบ ใบของต้นนั้นจะมีฟ่าขาวๆ คล้ายๆ เชื้อรา ยังไม่รู้เหมือนกันครับว่าเป็นอะไรกันแน่ ถามบางคนก็บอกว่าเพลี้ยแป้ง บางคนก็บอกราน้ำค้าง แต่ผมว่าน่าจะเป็นอย่างหลังมากกว่า แต่ก็ยังไม่รู้วิธีรักษา ได้แต่เด็ดใบทิ้ง ใครรู้ช่วยแนะนำหน่อยนะครับ เอาบุญ :)

โรคกุหลาบ


ต้องยอมรับว่า กุหลาบเป็นพืชที่เกิดโรคได้ง่ายมาก หลังจากที่ผมปลูกมาได้ปีกว่า ก็เจอไปไม่น้อยกว่า 4 โรคแล้ว แต่จริงๆแล้วโรคกุหลาบมีมากมายดังที่จะกล่าวต่อไป สำหรับคนที่ปลูกไหมๆ ก็จะดูได้อยากหน่อยนะครับ ว่าต้นกุหลาบของเราเป็นโรคอะไรบ้าง ต่อไปในอนาคตถ้าเจอก็จะถ่ายรูปมาให้ดูนะครับ ผมเองก็ยังเจอโรคใหม่ๆ เรื่อยๆข้างล่างเป็นโรคกุหลาบที่จะพบเห็นกันบ่อยๆ คัดลอกมาจากที่ไหนจำไม่ได้แล้ว

1. โรคใบจุด เกิดจากเชื้อรา มีลักษณะอาการเป็นจุดดำกลมบนใบ ส่วนใหญ่จะเป็นกับใบแก่จะทำให้ใบเหลืองและร่วงในเวลาต่อมา บางครั้งถ้าเป็นมากอาจ ลุกลามมาที่กิ่งด้วย ระบาดมากในฤดูฝน ควรป้องกันโดยฉีดพ่นด้วยสารเคมี เช่น ดูปราวิท ไดเทนเอ็ม-45 แคปแทน เบนเสท และเบนโนมิล
2. โรคราแป้ง เกิดจากเชื้อรา โรคนี้จะเป็นกับยอดอ่อนและดอกอ่อนมีลักษณะเป็นปุยขาวคล้ายแป้งทำให้ส่วนของ พืชที่เป็นโรคนี้เกิดอาการหงิกงอไม่เจริญเติบโตต่อไป ระบาดมากในฤดูหนาว ควรป้องกันโดยฉีดพ่นด้วยสารเคมี เช่น เบนเสท ดาโคนิล และคาราแทน
3. โรคหนามดำ เกิดจากเชื้อราโดยเชื้อรานี้จะเข้าทำลายแผลที่เกิดจากรอยตัดหรือเด็ดหนามของ กิ่งอ่อนแล้วลุกลามไปเรื่อยๆ ตามกิ่งก้าน ทำให้กิ่งก้าน เหี่ยวแห้งตายไปในที่สุดควรป้องกันโดยทาแผลจากรอยตัดด้วยปูนแดง
4. โรคใบจุดสีน้ำตาลหรือโรคตากบ เกิดจากเชื้อรา มีลักษณะอาการเป็นจุดกลมสีน้ำตาลขนาด 1/4 นิ้ว แล้วจะเปลี่ยนเป็นวงกลมสีเทามีขอบสีม่วง-แดง ระบาดมากในฤดูฝน ควรป้องกันโดยใช้สารเคมีเบนเสท ไดเทนหรือแบนแซดดี
5. โรคไวรัส เกิดจากเชื้อไวรัส ลักษณะอาการจะปรากฎให้เห็นที่ใบ โดยใบจะด่างเหลือง เมื่อพบว่าต้นกุหลาบเป็นโรคนี้ให้ถอนและเผาทำลายเสียก่อนที่จะลามไปติดต้น อื่นนะครับ


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

%d bloggers like this: